foodpanda กรุงเทพ

“ช่อม่วง” ขนมไทยตำรับชาววังที่น่าลิ้มลองจาก foodpanda กรุงเทพ

อาหารไทยนิยมเป็นที่นิยมอย่างยิ่งสำหรับคนทุกชาติ ไม่เว้นแม้แต่ใน foodpanda กรุงเทพ ขึ้นชื่อว่าอาหารไทยดั้งเดิม ย่อมจะหมายถึงเมนูที่เปี่ยมไปด้วยความตั้งใจของผู้ปรุงอาหาร ด้วยใจที่อยากให้ผู้ทานได้รับประสบการณ์ที่น่ารื่นรมย์ที่สุด ตำราอาหารไทยโบราณจึงประกอบด้วยเมนูที่เป็นทั้งอาหารปากและอาหารตามากมาย โดยเฉพาะขนมไทย แต่มีอยู่เมนูหนึ่งที่นับวันจะหาผู้ทำขายได้ยากยิ่ง เพราะต้องใช้ความตั้งใจสูงเมื่อเทียบกับขนมชนิดอื่น ของว่างที่เรากำลังพูดถึงก็คือ “ช่อม่วง” ขนมไทยตำรับชาววังแท้ ที่ใครได้ทานเป็นต้องจดจำมิรู้ลืม

ขนมช่อม่วงคืออะไร มีความพิเศษตรงไหน

ช่อม่วงเป็นขนมไทยที่นิยมทำทานกันในวังมาแต่โบราณกาล ได้มีการกล่าวถึงไว้ในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยในรัชกาลที่ 2 ไว้อย่างสละสลวยงดงามว่า

“ช่อม่วงเหมาะมีรส หอมปรากฏกลโกสุม คิดสีสไบคลุม หุ้มห่อม่วงดวงพุดตาน”

กลอนบทนี้สื่อความหมายถึงสีสันของขนมช่อม่วงสมกับชื่อ ตัวช่อม่วงนั้นมีลักษณะเป็นแป้งที่จับกลีบขึ้นรูปรอบ ๆ จนเป็นรูปดอกไม้บาน สีดั้งเดิมคือสีน้ำเงินอมม่วง ซึ่งเกิดจากสีสกัดธรรมชาติแท้ของดอกอัญชัน จุดเด่นจึงอยู่ที่ความงามอันเกิดจากความพิถีพิถันเหมือนกับงานประดิษฐ์

ส่วนผสมและวัตถุดิบแม้จะหาได้ทั่วไป แต่ขั้นตอนซับซ้อนกว่าที่คิด

หากสำรวจใน foodpanda กรุงเทพจะพบว่าอาหารไทยแท้ล้วนมีความงามทั้งภายนอกและอร่อยจากภายใน ตัวช่อม่วงที่เป็นส่วนแป้งหุ้มข้างนอกจะต้องใช้แป้งผสมเข้าด้วยกันถึงสี่ชนิด ได้แก่ แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว แป้งเท้ายายม่อม และแป้งมัน จึงจะทำให้ได้แป้งที่มีความนุ่มหอม เวลาเคี้ยวจะได้สัมผัสที่นิ่มแต่เคี้ยวสนุก มีความยืดหยุ่นกำลังพอดี

รสชาติของขนมช่อม่วงที่น่าลิ้มลอง อร่อยเต็ม ๆ คำ

ด้านรสชาตินั้น ช่อม่วงมีวิธีการรับประทานที่คล้ายคลึงกับสาคูไส้หมู หรือข้าวเกรียบปากหม้อ คือทานคู่กับผักกาดหอม พริกขี้หนูสด และผักชีไทย ทั้งสามเครื่องเคียงมีหน้าที่ช่วยให้ผู้ทานได้พักลิ้นและแก้เลี่ยน ไส้ข้างในมักจะผัดเนื้อสัตว์กับสมุนไพรจนแห้ง เนื้อที่ใช้ก็ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ บางที่ก็ใช้เนื้อปลาและเนื้อกุ้ง ขึ้นอยู่กับความชอบของคนทาน ก่อนจะนำไปปั้นใส่ข้างในแป้ง แล้วนำไปนึ่งจนข้างนอกนิ่ม จากนั้นจึงโรยด้วยกระเทียมเจียวให้มีกลิ่นหอมน่ารับประทาน

เพราะความพิเศษของช่อม่วงอยู่ที่ความพิถีพิถันทุกขั้นตอน หากใครที่มีโอกาสได้ทานก็นับว่าเป็นความโชคดีครั้งหนึ่งในชีวิต ใน foodpanda กรุงเทพก็มีทั้งอาหารไทยและขนมไทยตำรับดั้งเดิมที่ตกทอดกันมามากมายให้คุณได้สั่งมาทานกันสบาย ๆ ที่บ้าน นับว่าเป็นการอนุรักษ์ความเป็นไทยในรูปแบบของการรับประทานอาหารที่ทำได้ไม่ยาก คงจะดีไม่น้อยหากเราได้มีโอกาสสนับสนุนให้มีผู้ทำอาหารเก่าแก่แบบนี้สืบต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน

ม้าแข่ง

สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับการให้ อาหารม้าแข่ง

ม้าเป็นสัตว์ที่คนไทยหลายคน หันมาให้ความสนใจและนิยมหันมาเลี้ยงกันเยอะมากขึ้น ไม่ต่างจากวัวควายในบ้านเรา แต่สิ่งที่แตกต่างจากสัตว์พวกนี้ก็คือ ม้าเป็นสัตว์ที่อาจจะเลี้ยงยากกว่าหน่อย ยิ่งถ้าเป็นม้านำเข้า ไม่ใช่ม้าของไทยโดยตรง โอกาสที่ม้าจะเป็นอันตรายก็ยิ่งมากขึ้น ทั้งเรื่องของสภาพแวดล้อม ที่ม้าอาจจะปรับตัวไม่ทัน และอาหารการกินของม้า ที่ให้อย่างไม่ถูกต้อง การให้ อาหารม้าแข่ง จึงต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่าง

อาหารม้าแข่ง

ม้าเป็นสัตว์ที่กินหญ้าและพืชเป็นอาหารหลัก สำหรับม้าที่มีขนาดใหญ่ ต้องการปริมาณอาหารต่อวันถึงวันละ 40 กิโลกรัมเลยทีเดียว แต่ถ้าเป็นม้าเล็ก ก็อยู่เพียงแค่ 20 กิโลกรัม การให้อาหารรม้าไม่ใช้เพียงแค่ให้หญ้า หรือว่าพืชอย่างเดียวเท่านั้น ยังมีอีกหลายอย่างที่จำเป็นสำหรับม้าในเรื่องของการกิน มีอะไรบ้าง

-ให้อาหารอย่างเพียงพอ การให้อาหารม้าที่เป็นอาหารหยาบประเภทหญ้าและฟาง ถือว่าเป็นอาหารหลักสำหรับม้า และต้องให้ในปริมาณที่พอเพียงสำหรับม้าด้วย โดยต้องมีการคำนวณในเรื่องของการให้อาหารก่อน จากน้ำหนักของตัวม้า นกตัวอย่างเช่นการให้หญ้าสดครึ่งหนึ่ง และหญ้าแห้งอีกครึ่งหนึ่งให้พอเพียง โดยพยายามหลีกเลี่ยงหญ้าที่อาจจะเกิดอันตรายจากม้า อย่างเช่นอัลฟัลฟ่า

หรือนอกเหนือจากนั้น ก็อาจจะเสริมด้วยอาหารสำเร็จรูปที่เป็นอาหารข้นด้วยก็ได้ อย่างเช่นอาหารม้าแข่ง อาหารประเภทนี้จะมีแร่ธาตุแลละวิตามินที่ครบถ้วนสำหรับม้า ทำให้ม้าได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน ไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคที่เกี่ยวกับลำไส้ และก็ทางเดินอาหารของม้า

-มีน้ำสะอาดให้ตลอด ม้าที่มีขนาดตัวเกิน 400 กิโลกรัม มีความต้องการน้ำในแต่ละวันอยู่ที่ 20 ลิตร ฉะนั้นการเตรียมน้ำสะอาดเอาไว้ให้สำหรับม้าเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะถ้าม้าเกิดอาการขนาดน้ำขึ้นมาเมื่อไหร่ จะทำให้ม้าเสียชีวิตได้ทันที โดยเฉพาะม้าที่เป็นม้านำเข้า ภูมิต้านทานทางด้านภูมิอากาศที่ร้อนอย่างประเทศไทย ก็อาจจะทำให้ม้าเสี่ยงเกิดอันตรายได้ง่ายกว่าเดิม

-ปล่อยให้ม้ากินอาหารเองบ้าง นอกจากจะให้อาหารม้าแข่ง ที่จัดให้ในแต่ละวันแล้ว สิ่งที่จำเป็นอีกอย่างก็คือ ต้องให้ม้าได้หาอาหารเองบ้าง อย่างเช่นการปล่อยตามทุ่งหญ้าหรือสนาม ให้ม้าได้เดินหาอาหารเอง เป็นการออกกำลังกายด้วย เพราะถ้าม้าไม่ได้มีการเคลื่อนไหวทางด้านร่างกายเลย โดยอยู่แต่ในคอก โอกาสที่ม้าจะมีปัญหาทางด้านทางเดินอาหารก็สูงขึ้นองการเกิดโรคอีกหลายอย่าง

-ถ่ายพยาธิ การให้อาหารม้าที่เป็นหญ้าสด และการปล่อยให้ม้าได้หาอาหารเอง ก็อาจจะทำให้ม้ามีพยาธิที่ติดมากับหญ้าเหล่านั้นได้ จึงต้องมีการถ่ายพยาธิให้ม้าอยู่สม่ำเสมอ หากไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ก็ควรแจ้งกับสัตวแพทย์โดยตรง เพื่อดำเนินการถ่ายพยาธิม้า เป็นการป้องกันการอุดตันของลำไส้ม้า และเป็นสาเหตุข

เรื่องเหล่านี้ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการเลี้ยงม้า ที่คนอยากจะเลี้ยง ต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของการให้ อาหารม้าแข่ง เสียก่อน เพราะถ้าไปเลี้ยงโดยที่ไม่มีการศึกษาหรือว่าเตรียมพร้อมก่อน ม้าก็อาจจะเกิดอันตรายบาดเจ็บ หรือไม่ก็ทำให้เสียชีวิตได้เลยก็มี

BLACKPINK

ลิซ่า BLACKPINK มีดีอะไร ทำไมใคร ๆ ต่างก็รักเธอ

นาทีนี้ถ้าพูดถึงเกิร์ลกรุ๊ป K-pop ที่มียอดจองและแย่งชิงตั๋วและบัตรกำนัลกันแบบวินาทีแล้วล่ะก็ มั่นใจได้เลยว่าหนีชื่อ BLACKPINK ไปไม่พ้นแน่นอน เพราะ 4 สาวมหัศจรรย์ได้สร้างความนิยมถล่มทลายไปแล้วแทบทุกทวีปบนโลก แม้แต่โลกตะวันตกอย่างยุโรปหรืออเมริกาที่วัฒนธรรมแตกต่างกับเอเชียอย่างสุดขั้ว สาว ๆ BLACKPINK ก็ขึ้นไปแสดงฝีมือบนเวทีใหญ่ ๆ อย่างเทศกาลดนตรี Coachella มาแล้ว ไม่เพียงแค่นั้น ชาร์ตเพลงอเมริกาอย่าง Billboard ที่เพลงจากโลกตะวันออกยากจะหลุดเข้าไป BLACKPINK ก็ทำสำเร็จมาแล้วเช่นกันจากหลายซิงเกิล

ด้วยความสำเร็จถล่มทลายขนาดนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสมาชิกทั้ง 4 ต่างก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเมื่อมารวมตัวกันกลับช่วยกันสร้างสีสันและมีเคมีลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ สมกับที่ YG Entertainment ตั้งใจให้วงนี้ประสบความสำเร็จตามรุ่นพี่ (YG ไม่ได้สร้างเกิร์ลกรุ๊ปอีกเลยตั้งแต่ 2NE1) และสำหรับคนไทยก็ต้องถือว่าพิเศษมาก ๆ เนื่องจากหนึ่งในสมาชิกของวงนั้นเป็นคนไทยแท้ ๆ ณ วันนี้เธอได้กลายเป็นหนึ่งในคนไทยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งในเวทีโลก เธอคนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากสาวสวยคนเก่งของเรา “ลิซ่า ลลิสา มโนบาล” วันนี้เรามาทำความรู้จักเธอให้มากขึ้น จะได้รู้ว่าทำไมเธอถึงครองหัวใจของคนทั่วโลกได้อยู่หมัด

ลิซ่า หรือ ชื่อจริงว่าลลิสา มโนบาล ปัจจุบันอายุ 22 ปี เธอเป็นน้องคนเล็กของวง (เกาหลีจะเรียกคนอายุน้อยสุดในวงว่ามักเน่) เป็นคนกรุงเทพมหานครโดยกำเนิด ลิซ่าเป็นลูกคนเดียวของครอบครัว พ่อเลี้ยงของเธอเป็นเชฟชาวสวิสเซอร์แลนด์ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ลิซ่าพูดภาษาอังกฤษได้ดีเหมือนเจ้าของภาษา ตำแหน่งเวลาอยู่ในวง BLACKPINK ของเธอได้แก่แร็ปเปอร์ แดนเซอร์ และซับโวคอล โดยเฉพาะการเต้นของเธอนั้นได้รับการยกย่องว่าเป็นพรสวรรค์อย่างแท้จริงที่น้อยคนนักจะมีได้

แม้ว่าเธอจะประสบความสำเร็จอย่างสูงกับ BLACKPINK แต่รู้ไหมว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้นั้นไม่ง่ายเลย เพราะขึ้นชื่อว่าเกาหลีย่อมรู้กันดีว่าเป็นชาติที่ทำงานหนักมากถึงมากที่สุด เป็นที่พูดกันในหมู่สาวก K-pop เป็นประจำว่าวงการศิลปินไอดอลเกาหลีนั้นเป็นวงการที่แข่งขันกันดุเดือดเชือดคอ เหนื่อยมากจนมีคนมากมายที่ยอมแพ้ ยากแม้กระทั่งสำหรับคนเกาหลีเอง แล้วยิ่งลิซ่าเป็นคนไทย เธอจึงต้องพยายามมากกว่าคนอื่นหลายเท่าตัว ไหนจะเรื่องภาษาที่เธอจะต้องเริ่มเรียนภาษาเกาหลีจากศูนย์ให้เท่ากับคนเกาหลีเพื่อให้ร้องเพลงได้ ไหนจะเรื่องการปรับตัวกับการใช้ชีวิตในประเทศที่ไม่คุ้นเคยอีก เห็นได้ชัดเลยว่าแรงกดดันนั้นมหาศาลจริง ๆ

ก้าวแรกของลิซ่ากับ YG Entertainment เริ่มต้นจากรายการ YG Audition Thailand เมื่อปี 2010 โดยทีมงานจะคัดเลือกเพียงคนเดียวจากผู้สมัครทั้งหมด 4,000 คน ลิซ่าได้กลายเป็นเด็กฝึกของ YG จากรายการนี้ จากนั้นเธอจึงค่อย ๆ ได้รับงานแฟชั่น งานมิวสิกวิดีโอ แต่แฟน ๆ ที่เอาใจช่วยและตัวลิซ่าเองก็ต้องใช้เวลากว่า 6 ปี เป็นช่วงเวลา 6 ปีที่ยาวนานและแทบไม่เห็นอนาคต แต่จนแล้วจนรอด ในที่สุดลิซ่าก็ได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ด้วยการเดบิวท์เป็นหนึ่งในวงศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปนาม BLACKPINK ร่วมกับอีกสามสาวสวยและเก่งอย่าง จีซู เจนนี่ และโรเซ่ ลิซ่าเป็นศิลปินต่างชาติคนเดียวที่ได้เดบิวท์กับ YG Entertainment

มาวันนี้ลิซ่าได้กลายเป็นศิลปิน K-pop ที่มียอดผู้ติดตามมากที่สุดในโลก โดยมีผู้ติดตามใน Instagram เข้าใกล้ 20 ล้านคนเข้าไปทุกขณะ (แม้แต่จัสติน บีเบอร์ยังต้องกดติดตามเธอเลย) และกลายเป็นพรีเซนเตอร์จากแบรนด์ดังมากมาย ที่เห็นในทีวีบ้านเราก็เช่น AIS และ Samsung แต่เบื้องหลังความสำเร็จของเธอก็คือการซ้อมวันหนึ่งขั้นต่ำ 10 กว่าชั่วโมง ฝึกเรียนภาษาหลายภาษาจนร้องและพูดกับแฟน ๆ ได้หลายชาติ ลิซ่าไม่ทำให้ผิดหวังเลยสำหรับผู้ที่ตามเชียร์ตามสนับสนุนเธอมาตั้งแต่แรก ความพยายามแบบไม่หยุดหย่อนและความอดทนไม่ย่อท้อต่อความฝันของเธอ นี่แหละที่ทำให้เธอกลายเป็นสัญลักษณ์ของความพยายาม ชนะหัวใจคนไทย คนเอเชีย และคนอีกซีกโลกหนึ่งแบบไม่อาจเปลี่ยนใจไปรักใครได้อีก

และถือเป็นข่าวดีของแฟน ๆ คนไทย ลิซ่าและเพื่อน ๆ วง BLACKPINK จะกลับมาสร้างความสุขให้กับคนไทยอีกครั้งใน Concert ชื่อ 2019 WORLD TOUR BLACKPINK IN YOUR AREA BANGKOK: ENCORE ในเดือนกรกฎาคมนี้ ใครที่มีตั๋วแล้วก็อย่าลืมไปเลือกชอปสินค้าเพื่อให้ดูและเชียร์ได้สนุกขึ้น ซึ่งตอนนี้ทาง  Shopee กำลังนำสินค้ามาลดราคาในแคมเปญ Summer Sale รับประกันได้ว่ามีสินค้าดี ๆ พร้อมส่งอย่างรวดเร็วถึงมือคุณแน่นอน

พบกับแคมเปญ Shopee Free Shipping month ชอป 0บาท ก็ไม่มีค่าส่งทั่วไทย วันที่ 1-30 มิ.ย. 62 พร้อม 1 บาท Prize เล่นเกมทุกศุกร์ ลุ้นของรางวัลง่ายๆ Flash Sale เริ่ม 9 บ. รับเงินคืน 100% พร้อมสินค้าแบรนด์ คูปองส่วนลดทุกวัน