การศึกษาในแต่ละวัยนั้นแตกต่างกันไป

การศึกษาในแต่ละวัยนั้นแตกต่างกันไป

เรื่องของการศึกษาในปัจจุบันนี้นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นและสำคัญอย่างมากที่สุดเลยก็เป็นได้เพราะว่าการศึกษานั้นในสมัยนี้ก็ย่อมที่จะสอนให้ทุกคนเป็นคนดี บางกลุ่มนั้นที่จะเกเรซึ่งแน่นอนว่าเรื่องของการศึกษาที่ดีก็จะทำให้เรานั้นยิ่งเก่งและประสบความสำเร็จมากขึ้นกว่าเดิมได้อีกด้วย

                เรื่องของการศึกษานั้นเราควรที่จะใส่ใจอย่างมากถึงจะเป็นเรื่องที่ดีคนเรานั้นพ่อแม่ส่งมาให้ศึกษาเล่าเรียนเราก็ควรที่จะตั้งใจเรียนเพื่อเราจะได้ตอบแทนคุณพ่อแม่แต่ก็จะมีบางคนนั้นที่อาจจะคิดไม่ได้ผลาญเงินพ่อแม่ไปวันๆแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่ดียิ่งนัก

                หากพูดถึงในเรื่องของการศึกษานั้นต้องบอกก่อนเลยว่าการศึกษาจะต้องเรียนเป็นลำดับขั้นลำดับชั้นไปตั้งแต่อนุบาล1จนถึงเรียนจบปริญญาเอกอยู่ที่ว่าเรามีกำลังเงินพอที่จะศึกษาให้สูงมากเท่าไหนเรื่องของการศึกษานั้นเป็นเรื่องที่ดี เราไม่ควรที่จะมองข้ามหากมองข้ามไปแล้วนั้นเราเองที่จะต้องเสียผลประโยชน์อีกด้วย การศึกษาของเราในสมัยนี้นั้นเป็นเรื่องที่เราต้องใช้ความเข้าใจอย่างมาก มีใครบ้างที่อยากจะให้การศึกษานั้นไม่ดี เชื่อว่าไม่มีเรื่องของการศึกษานั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราต้องให้ความสนใจอย่างมาก ว่าการเรียนนั้นต้องมีลำดับขั้นขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกลำดับขั้นแบบไหนถึงจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดทุกสิ่งทุกอย่างนั้นจะถือว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นและสำคัญอย่างมากที่สุดที่เราไม่ควรมองข้ามเรื่องของการศึกษานั้นเราจะต้องเรียนตั้งแต่แรกจนโตไปเรื่อยๆสะสมไปเรื่อยๆแล้วเราจะมีความรู้ที่ติดตัวกันไปเองมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

                หลายๆเรื่องราวนั้นเป็นเรื่องที่เราต้องให้ความสนใจและใส่ใจ การศึกษาเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากหากเราเข้าใจนั้นก็จะเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้ประสบความสำเร็จทุกอย่าง ความรู้นั้นไม่มีใครที่จะให้เราได้หรือบอกเราได้ตลอดเราได้เรียนจากคุณครูแล้วเราก็อย่าหยุดนิ่งที่จะพัฒนาจงเรียนรู้ต่อไปให้มากที่สุดเพื่ออนาคตของตนเอง เราเรียนมากเท่าไหร่เราก็จะยิ่งมีความรู้มากขึ้นเท่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องที่เราต้องใช้ความเข้าใจและความสนใจถึงจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด การศึกษาไทยในปัจจุบันนี้จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามควรที่จะให้ความสำคัญเป็นอย่างดีเพราะการศึกษาจะช่วยทำให้เราเป็นคนที่รู้จักใช้ความคิดมากขึ้นอีกด้วย เราจึงอย่ามองข้ามในเรื่องของการศึกษา

Reading

วิธีอ่านหนังสือให้จดจำได้แม่นยำ2019

เชื่อว่าหลายคนคงจะประสบปัญหานี้..บางคนอ่านทั้งวันทั้งคืน  ..ตอนอ่านก็จำได้แต่พอตอนสอบดันลืม..และบางคนก็ชอบว่าตัวเองว่าโง่  หรือบอกว่าตนความจำไม่ดี  เคยสงสัยไหมทำไมเพื่อนบางคนอ่านรอบเดี่ยวจำได้..วันนี้เราจะมาไขความลับกันค่ะ(เนื้อหาที่จะกล่าวดังต่อไปนี้ได้มาจากการสังเกตการอ่านของเพื่อนที่เรียนเก่ง  จากหนังสือ จากผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง  จากการสืบค้นในอินเตอร์เน็ต  และได้นำมาใช้กับตนเองแล้วได้ผลจึงอยากที่จะมาแชร์ต่อค่ะ

1. สิ่งนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญมาก…ปัจจุบันเด็กไทยมีสมาธิสั้นมาก. ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้อ่านหนังสืออย่างไรก็ไม่จำ..การแก้ไขของดิฉันคือ  เลือกเวลาอ่านทีตนเองมีสมาธิมากที่สุดในการอ่านหนังสือ..ซึ่งเวลาการอ่านของแต่ละคนจะแตกต่างกันไปบางคนมีสมาธิมากตอนดึกๆ เงียบๆ บางคนมีสมาธิตอนหัวค่ำ หรือบางคนอาจจะเป็นตอนเช้า..และเวลาอ่านพยายามให้อยู่ห่างจากสิ่งเร้าต่าง ๆ เช่น อินเตอร์เน็ต  โทรศัพท์ ถ้าปิดได้ก็ควรจะปิดไปเลย..

2. อ่านซ้ำ ๆ วิธีนี้ได้มาจากหนังสือค่ะ เค้าบอกให้อ่านอย่างน้อยวันละ 3 หรือ 9 ครั้ง บางคนบอกทำไมอ่านเยอะจังแค่ครั้งเดียวก็ขี้เกียจละ. แต่เค้าไม่ได้บอกให้อ่านครั้งละเป็นชั่วโมงนิคะ อ่านครั้งละ 1 นาทีก็ยังได้ เพราะว่าสมองเราจะจำในสิ่งหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ค่ะยิ่งสามครั้งขึ้นไปจะจำได้ดีเลยทีเดียว เคยสังเกตไหมคะว่าทำไมเนื้อหาที่เราเรียนไปเมื่อปีที่แล้วหรือสัปดาห์ที่ แล้วเรามักจะคืนความรู้ครูไปหมด  ก็เพราะว่าเราไม่ได้กลับมาทบทวนมันนั่นเอง

3. วิธีที่กล่าวมาแล้วสองข้อนั้นจะใช้ได้ดีในวิชาที่ต้องท่องจำ แต่วิชาที่ต้องทำความเข้าใจล่ะ เช่น คณิต ฟิสิกส์ หรือแม้แต่ธรรมะ ซึ่งหากเราไม่เข้าใจแล้วต่อให้มีสมาธิ หรืออ่านซ้ำเป็น 1000 รอบ ก็ย่อมไม่เกิดประโยชน์อะไร เพราะฉะนั้นหากมีอะไรที่ไม่เข้าใจในเนื้อหาที่เรียนให้ถามครูผู้สอนหรือผู้รู้ทันที เด็กไทยส่วนใหญ่มักจะไม่กล้าถามเพราะกลัวตนเองจะดูโง่ในสายตาเพื่อนหรือผู้อื่น ดิฉันเคยอ่านเจอคำคมหนึ่งในหนังสือบอกไว้ว่า คนที่ถามจะโง่ครั้งเดียว แต่คนที่ไม่ถามจะโง่ตลอดไป